ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สมุททชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
235

สมุททชาดก

Buddha24ทุกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สมุททชาดก

ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถแห่งแคว้นมคธ พระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรม และทรงเป็นที่รักของทวยราษฎร์ทั้งปวง ในขณะเดียวกัน ณ แคว้นกาสี ก็มีพระราชาอีกพระองค์หนึ่งผู้มีพระนามว่า โลณกะ (ซึ่งมีลักษณะนิสัยคล้ายกับโลณกะในมหาโลณกชาดก) พระราชาโลณกะแห่งแคว้นกาสีนั้น เป็นผู้ที่มีความอิจฉาริษยาในความเจริญรุ่งเรืองของแคว้นมคธ และทรงพยายามหาทางที่จะทำลายแคว้นมคธอยู่เสมอ

วันหนึ่ง พระราชาโลณกะทรงระดมพลทหารจำนวนมหาศาล เตรียมจะยกทัพมารุกรานแคว้นมคธ พระองค์ทรงมั่นพระทัยว่า จะต้องมีชัยชนะอย่างแน่นอน

ข่าวศึกสงครามได้ทราบไปถึงพระราชาแห่งแคว้นมคธ พระโพธิสัตว์ เมื่อทรงทราบดังนั้น ก็มิได้ทรงหวาดหวั่นหรือหวาดกลัว แต่กลับทรงตรัสสั่งให้เหล่าเสนาบดีเตรียมการรับศึกอย่างรอบคอบ

พระโพธิสัตว์ทรงมีพระราชดำริว่า “การทำสงครามนั้น ย่อมนำมาซึ่งความสูญเสียแก่ทั้งสองฝ่าย เราควรจะหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงสงคราม และทำให้พระราชาโลณกะเลิกความคิดที่จะรุกรานเรา”

พระโพธิสัตว์จึงมีพระราชดำริที่จะทดสอบพระราชาโลณกะ ด้วยการส่งทูตไปยังแคว้นกาสี พร้อมกับของกำนัลอันมีค่าจำนวนมาก และมีพระราชสาส์นที่จะทูลถวายแด่พระราชาโลณกะ

ทูตได้เดินทางไปยังแคว้นกาสี และได้นำพระราชสาส์นขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระราชาโลณกะ พระราชสาส์นนั้นมีใจความว่า “ข้าแต่พระสหายแห่งแคว้นกาสี เราทราบว่าท่านกำลังจะยกทัพมารุกรานแคว้นมคธ ด้วยความเคารพในฐานะกษัตริย์ด้วยกัน เราใคร่ขอเสนอวิธีการที่จะหลีกเลี่ยงสงครามอันจะนำมาซึ่งความสูญเสีย เราขอเสนอให้เราทั้งสองทำการแข่งขันกัน หากผู้ใดชนะ ผู้นั้นย่อมได้ครอบครองอาณาเขตที่ตกลงกันไว้”

พระราชาโลณกะทรงรับฟังพระราชสาส์นแล้ว ก็ทรงสงสัย “จะให้แข่งขันกันด้วยสิ่งใดเล่า?”

ทูตจึงกราบทูลต่อไปว่า “พระราชาแห่งแคว้นมคธ ทรงเสนอให้ทำการแข่งขันกันด้วย ‘กำลังแห่งการอดทน’ โดยให้เราทั้งสองพระองค์ นั่งอยู่บนแพกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ หากผู้ใดทนอยู่ได้นานกว่า ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ชนะ”

พระราชาโลณกะทรงหัวเราะ “การแข่งขันเช่นนี้ ช่างเป็นความคิดที่น่าขันนัก! เราย่อมมีกำลังกายที่แข็งแรงกว่าพระราชาแห่งแคว้นมคธอย่างแน่นอน เราจะต้องเป็นผู้ชนะ!”

ด้วยความมั่นใจในกำลังกาย พระราชาโลณกะจึงทรงตอบรับคำท้า

เมื่อถึงกำหนดวัน พระราชาทั้งสองพระองค์ก็เสด็จมายังชายฝั่งทะเล พระราชาแห่งแคว้นมคธ (พระโพธิสัตว์) พร้อมด้วยทูตบริวารจำนวนหนึ่ง ได้ขึ้นไปบนแพอันใหญ่โตกลางมหาสมุทร ส่วนพระราชาโลณกะ ก็ทรงขึ้นไปบนแพอีกลำหนึ่ง พร้อมด้วยทหารของพระองค์

เมื่อทั้งสองพระองค์ประทับนั่งอยู่บนแพแล้ว พระโพธิสัตว์ทรงกล่าวว่า “ข้าแต่พระสหายแห่งแคว้นกาสี การแข่งขันของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว ขอให้ท่านจงอดทน!”

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า คลื่นลมเริ่มก่อตัวขึ้น มหาสมุทรเริ่มปั่นป่วน พระราชาโลณกะทรงเริ่มทนไม่ไหว พระองค์ทรงรู้สึกกระหายน้ำ และเริ่มอ่อนเพลีย

ฝ่ายพระราชาแห่งแคว้นมคธ (พระโพธิสัตว์) นั้น แม้จะเผชิญกับความยากลำบากเช่นเดียวกัน แต่ด้วยพระปัญญาบารมีที่ทรงบำเพ็ญมา พระองค์ทรงมีสติสัมปชัญญะที่มั่นคง พระองค์ทรงนึกถึงคำสอนของบิดามาดา และครูอาจารย์ ที่สอนให้มีความอดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

พระโพธิสัตว์ทรงระลึกถึงความสำคัญของการไม่เบียดเบียนผู้อื่น ทรงทราบว่าหากพระองค์ยอมแพ้ สงครามย่อมเกิดขึ้น และมีผู้คนต้องล้มตายมากมาย พระองค์จึงทรงตั้งมั่นที่จะอดทนให้ถึงที่สุด

ในที่สุด พระราชาโลณกะก็ทนต่อไปไม่ไหว พระองค์ทรงทนต่อความกระหายน้ำ ความอ่อนเพลีย และความหวาดกลัวต่อมหาสมุทรที่ปั่นป่วนไม่ไหว พระองค์จึงทรงตะโกนบอกทูตของพระราชาแห่งแคว้นมคธว่า “ข้าพเจ้าขอยอมแพ้! ข้าพเจ้าทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!”

ทูตได้กราบทูลให้พระราชาโลณกะทราบว่า พระราชาแห่งแคว้นมคธทรงชนะการแข่งขัน

พระโพธิสัตว์ทรงลงจากแพ และเสด็จกลับแคว้นมคธด้วยชัยชนะอันสง่างาม พระราชาโลณกะเมื่อทรงทราบว่าตนเองแพ้ ก็ทรงละอายพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงตระหนักว่า กำลังกายนั้นไม่อาจเทียบกับกำลังปัญญาและกำลังใจอันเข้มแข็งได้

หลังจากวันนั้น พระราชาโลณกะก็เลิกคิดที่จะทำสงครามกับแคว้นมคธอีกต่อไป พระองค์ทรงยอมรับในความสามารถของพระโพธิสัตว์ และได้กลับไปปกครองแคว้นกาสีของพระองค์ต่อไป

พระโพธิสัตว์ทรงแสดงให้เห็นว่า การใช้ปัญญาและความอดทน สามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ได้ และสามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันเกิดจากสงครามได้

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

กำลังกายนั้นไม่อาจเทียบกับกำลังปัญญาและกำลังใจอันเข้มแข็งได้ การใช้วิธีการที่สันติและชาญฉลาด ย่อมสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้

บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี, ปัญญาบารมี

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สกุณชาดก
40เอกนิบาต

สกุณชาดก

สกุณชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นนกแขกเต้า มีขนสีเขียวสดใสราวกับใบ...

💡 ความเมตตากรุณาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง แม้ต่อผู้ที่เคยทำร้ายเรา การให้อภัยและการช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งสิ่งดีงาม

กุมภชาดก
168ทุกนิบาต

กุมภชาดก

กุมภชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีเมืองที่รุ่งเรืองนามว่า "โกสัมพ...

💡 ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ การมีสติปัญญาและความรอบคอบย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเมตตาธรรม ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.

มุสิกชาดก
27เอกนิบาต

มุสิกชาดก

มุสิกชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง นครราชคฤห์ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ร่มเงาของภู...

💡 อย่าดูถูกสิ่งใดที่เล็กน้อย หรือผู้ที่ดูด้อยกว่า เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจมีพลังและความสามารถที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราคาดคิด หากเรารู้จักใช้สติปัญญาในการสังเกต และการประยุกต์ใช้ให้ถูกวิธี

มหิสชาดก (Mahisa Jataka)
190ทุกนิบาต

มหิสชาดก (Mahisa Jataka)

มหิสชาดกครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีมหาวิทยาลัยอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นแหล่งรวมของเหล่าบัณฑิตแ...

💡 ความรู้ที่แท้จริงคือการนำไปประยุกต์ใช้ และเข้าใจถึงธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ความอดทนและวิจารณญาณเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้นำ

สัตตบุรุษชาดก
101เอกนิบาต

สัตตบุรุษชาดก

สัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...

💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

อุทายิชาดก
111เอกนิบาต

อุทายิชาดก

อุทายิชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงสาวัตถี อันเป็นเมืองหลวงที่รุ่งเรืองยิ่งนัก ประดับประดาไป...

💡 วาจาสุภาพอ่อนหวาน ย่อมนำมาซึ่งความรัก ความเมตตา และความเป็นมิตร หากแต่ให้มีปัญญาประกอบด้วย

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว